Pages

Showing posts with label มีส่วนร่วม. Show all posts
Showing posts with label มีส่วนร่วม. Show all posts

Thursday, October 1, 2020

เราจัดเที่ยวด้วยกัน | ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ - กรุงเทพธุรกิจ

biasaajadongkeles.blogspot.com

ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

ดูบทความทั้งหมด

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2 ตุลาคม 2563

15

เกาะกระแส “เราเที่ยวด้วยกัน” ขอชวนมามองโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการจัดการท่องเที่ยวเพื่อรองรับลูกค้าคนไทยเที่ยวท้องถิ่นไทย

โดยเฉพาะการจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ชุมชน มีอีกปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือการสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ยิ่งถ้าเป็นผู้ประกอบการเข้าไปทำงานยิ่งต้องให้ความสนใจกับเรื่องนี้เพื่อลดข้อขัดแย้งและสร้างความร่วมมือในการพัฒนายกระดับไปด้วยกันแบบองค์รวม

สำหรับหลักการสำคัญในการทำงานสร้างการมีส่วนร่วมขอหยิบยกแนวคิด Participatory Guarantee Systems ที่เป็นแนวทางใช้กันในการจัดการเกษตรอินทรีย์ในระดับท้องถิ่นและชุมชนมาอ้างอิงเป็นข้อเสนอแนะ แนวคิดนี้ประกอบไปด้วย 6 หลักการสำคัญ ได้แก่

1 การมีวิสัยทัศน์ร่วม หรือ Shared Vision ได้แก่การเชิญชวนให้คนที่มีความแตกต่างหลากหลายในชุมชนได้มาทำความรู้จักกันผ่านเวทีการประชุมง่ายๆ โดยเริ่มจากการชวนมากำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่ สำหรับกรณีการจัดการท่องเที่ยวในชุมชน แม้โดยภาพรวมแล้วจะเป็นโอกาสการสร้างรายได้เข้ามาสู่พื้นที่รวมไปถึงการสร้างงาน แต่ก็ต้องไม่รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรในชุมชน เพื่อให้ส่งผลประโยชน์กับหลายภาคส่วน จึงควรมีการกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับพื้นที่ในหลายมิติมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจแต่ครอบคลุมถึงความยั่งยืนของสังคมสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เข้ามาดำเนินงาน มีบทบาทเป็นสมาชิกของชุมชนด้วย 

2 ความเชื่อมั่นต่อกันหรือ Trust นับเป็นหัวใจสำคัญของการมาทำความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อมั่นในเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันว่าจะนำไปสู่ความยั่งยืน ความเชื่อมั่นในการทำงานและจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม สำหรับภาคธุรกิจที่ทำงานในชุมชน อาจประสบแรงเสียดทานตอนต้นจากความรู้สึกไม่เชื่อมั่นไว้วางใจ เกรงว่าจะเป็นการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์เพียงผ่ายเดียว จึงต้องให้ความใส่ใจกับประเด็นนี้ให้มาก โดยหนทางสร้างความเชื่อมั่นได้แก่ การมีการทำงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่การวางแผน การดำเนินการ และการประเมินผล โดยในแต่ละขั้นตอนต้องเพิ่มเปิดเผยข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ รวมไปถึงการสื่อสารให้เป็นที่รับรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 

3 การมีส่วนร่วมหรือ Participation ได้แก่การส่งเสริมให้คนที่อยู่ในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อแผนการดำเนินงาน การบริหารจัดการ และการติดตามผล ทั้งนี้สามารถทำได้ด้วยใจที่เปิดกว้างและเป็นกลาง สิ่งใดที่เป็นข้อควรปรับปรุงและได้ให้ความคิดเห็นกันไว้ ก็ควรรับฟังและพร้อมนำไปพิจารณาปรับใช้ โดยมีการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจ สำหรับการจัดการท่องเที่ยวในชุมชนควรเปิดโอกาสเชิญชวนให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสตรงจากประสบการณ์ แม้ในบางกรณีอาจมีความขัดแย้งจากกลุ่มที่มีความต่างทางผลประโยชน์แต่การสร้างการมีส่วนร่วมของคนหลากหลายในชุมชนจะเป็นเครื่องมือช่วยสร้างสมดุลจากความหลากหลาย ไม่กระจุกตัวกับแนวคิดอิทธิพลของคนหรือกลุ่มคนใดเท่านั้น ที่สำคัญเมื่อมีการสร้างข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาชุมชน ต้องมีการร่วมรักษาจุดยืนที่มั่นคงเพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นต่อไป

4 กระบวนการเรียนรู้หรือ Learning Process ฐานการสร้างการมีส่วนร่วมที่ดีมาจากการสร้างเป้าหมายเพื่อไปสู่การเรียนรู้ เพราะจะทำให้เกิดการเปิดใจพร้อมรับความไม่สมบูรณ์ อันเป็นหนทางของการค้นพบอะไรใหม่ๆ สำหรับการจัดการท่องเที่ยวในชุมชน มีประเด็นเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะเป็นการทำงานกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆที่มีความแตกต่างหลากหลาย ในการทำงานจึงควรมุ่งให้เกิดการแบ่งปันข้อสังเกตและประสบการณ์ของคนในชุมชน บทเรียนซึ่งอาจเกิดขึ้นจากความสำเร็จและความล้มเหลว โดยต้องยอมรับความเห็นต่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากมุมมองใหม่ๆ เมื่อทดลองดำเนินงานแล้วก็มีการสรุปสังเคราะห์ข้อคิดนำไปปรับใช้ต่อ และสามารถถ่ายแลกเปลี่ยนกับคนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่รวมไปถึงการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในประเด็นที่สนใจต่างๆ

5 ความสัมพันธ์แนวราบหรือ Horizontality หมายถึงการที่ทุกภาคส่วนมีสิทธิเท่าเทียมกันและมีความร่วมรับผิดชอบต่อการขับเคลื่อนดำเนินงานในพื้นที่ชุมชน สำหรับธุรกิจที่เข้าไปทำงานในชุมชนควรสร้างความรู้สึกถึงการที่ทุกคนล้วนเป็นสมาชิกที่สามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับท้องถิ่นได้ แม้จะมีความต่างกันในบทบาทหน้าที่หรือกำลังทรัพยากรแต่เมื่อมีกรณีที่ต้องตัดสินใจ ทุกคนก็มีสิทธิ์ออกเสียงอย่างเสมอภาคตามข้อตกลงร่วมกันได้ และในการทำงานร่วมกันให้มีการหมุนเวียนบทบาทความรับผิดชอบ และส่งเสริมการประสานความสัมพันธ์อย่างทั่วถึงทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม

6. ความโปร่งใส Transparency ในการดำเนินงานยังต้องแสดงให้เห็นถึงระบบการทำงานจากการ บันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเปิดเผยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้ ในการจัดการท่องเที่ยวชุมชน มีข้อมูลบางส่วนเช่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ที่ควรเปิดเผย เช่นจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเดินป่า ดำน้ำดูปะการัง รวมไปถึงข้อมูลกระบวนการทำงาน ข้อมูลการประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นข้อตกลงต่างๆ โดยสามารถสื่อสารข้อมูลผ่านช่องทางที่ปัจจุบันทำได้ง่ายๆ ผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ นอกจากนั้นยังควรมีการจัดกิจกรรมให้ชุมชนได้เข้ามาเยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงาน ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นและตัดสินใจกับการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบกับชุมชน

เราจัดเที่ยวด้วยกันแล้วก็จัดการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกันด้วย จึงจะเป็นหนทางที่ยั่งยืน

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
October 02, 2020 at 09:05AM
https://ift.tt/2GqdhRm

เราจัดเที่ยวด้วยกัน | ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ - กรุงเทพธุรกิจ
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

Sunday, September 20, 2020

กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี - อาร์วายที9

biasaajadongkeles.blogspot.com
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective change)

กรุงเทพฯ--21 ก.ย.--กรมส่งเสริมการเกษตร

กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective change) จากผลงาน ชุมชนบางตลาดร่วมใจ บริหารจัดการผลผลิตมะพร้าวอ่อนแบบบูรณาการ

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เรื่อง ผลการพิจารณารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2563 คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) ได้มีมติให้มอบรางวัลให้กับหน่วยงานที่มีผลการดำเนินการที่เป็นเลิศทั้งในต้านการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร และเปิดระบบราชการให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective change) จากผลงาน ชุมชนบางตลาดร่วมใจ บริหารจัดการผลผลิตมะพร้าวอ่อนแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานของรัฐที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการบนพื้นฐานความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนไต้อย่างแท้จริง

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ผลงาน/โครงการชุมชนบางตลาดร่วมใจ บริหารจัดการผลผลิตมะพร้าวอ่อนแบบบูรณาการ เป็นผลงานจาก ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่มีคุณภาพแหล่งหนึ่งของประเทศ แต่ปัจจุบันปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย มีราคาสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง ประกอบกับประสบปัญหาเศษวัสดุเหลือใช้จากการแปรรูปมะพร้าว ก่อมลพิษและอาจเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลงศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตรจึงดำเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของเกษตรกร ชุมชน และหน่วยงานภาคีในลักษณะที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย โดยกระตุ้นให้เกษตรกร สามารถคิด วิเคราะห์ และร่วมวางแผนในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเอง และมีเกษตรกรเครือข่ายเป็นผู้ประสานการถ่ายทอดความรู้และแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในเบื้องต้น โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรคอยให้คำปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง และสนับสนุนด้านวิชาการ ส่งผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ชุมชน คือ ชุมชนสามารถลดต้นทุนการผลิต จากการผลิตปุ๋ยใช้เองตามการตรวจวิเคราะห์ดิน และทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากใช้ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของพืช ลดการเผาและปริมาณขยะเปลือกมะพร้าว ตลอดจนลดการสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืช โดยการผลิตเป็นขุยมะพร้าว และนำไปขายต่อให้โรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อทำเป็นเชื้อเพลิง ทั้งนี้มีการต่อยอดเชื่อมโยงการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งในตำบลและในอำเภอด้วย รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างตราสัญลักษณ์สินค้าของชุมขนเพื่อประชาสัมพันธ์และเตรียมพร้อมเปิดเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักต่อไป สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน คือ "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างและพัฒนาตลาดด้วยตนเองอย่างยั่งยืน" และวิสัยทัศของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ว่า "เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และมีรายได้ที่มั่นคง"


Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 21, 2020 at 11:03AM
https://ift.tt/3iSeyPm

กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับรางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ระดับดี - อาร์วายที9
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

Thursday, September 17, 2020

ราชบุรีเสวนาสร้างการมีส่วนร่วมการจัดการศึกษา - สยามรัฐ

biasaajadongkeles.blogspot.com


ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1    และ สสส.ร่วมเปิดเวทีเสนอผลงาน และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับจังหวัดเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนส่งเสริมสุขภาวะของเด็ก ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  ณ ห้องประชุม โรงแรมเดอะคาแนล

          วันนี้  ( 15 ก.ย. 63 ) นายยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 เป็นประธานเปิดเวทีการนำเสนอผลงานและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายระดับจังหวัด ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพื้นที่ราชบุรี  ณ ห้องประชุมใหญ่โรงแรมเดอะคาแนล  อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยมีนางสาวจิราภรณ์ หลายพูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดห้วยหมู  นางศันสนีย์ สกุลวรกานต์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดห้วยหมู  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม   ตามที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) ได้สนับสนุนโครงการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนของโรงเรียนวัดห้วยหมู ( อมรธรรมรัตนราษฎร์บำรุง ) จ.ราชบุรี ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมีการผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
      

   โครงการฯจึงได้กำหนดจัดเวทีนำเสนอผลงานและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับจังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงาน โดยมีผู้เสวนาประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การมัธยมศึกษา เขต 8  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดราชบุรี  ผู้แทนหัวหน้าโครงการฯ สสส.   ผู้ร่วมเสวนา จำนวน 25 คน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งโครงการนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาสุขภาวะให้กับเด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนร่วมกับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กกลุ่มดังกล่าว ดังเช่น พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550  มาตรา 4  ระบุว่า เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านใดด้านหนึ่ง ให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 15, 2020 at 07:29PM
https://ift.tt/2H2H17g

ราชบุรีเสวนาสร้างการมีส่วนร่วมการจัดการศึกษา - สยามรัฐ
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

Sunday, September 13, 2020

ส.ส.ปชป. ชูร่างแก้รธน.พรรคร่วมแก้ปัญหาได้-ปชช.มีส่วนร่วม - เดลีนีวส์

biasaajadongkeles.blogspot.com
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องการให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ซึ่งการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในขั้นแรกจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขมาตรา 256 ให้ได้ก่อน เพราะเมื่อแก้ไขมาตรา 256 ได้แล้ว สิ่งที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 272 ในเรื่องของการปิดสวิตช์ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็สามารถผลักดันให้มีการแก้ไขใน ส.ส.ร.ได้ ซึ่งที่มาของ ส.ส.ร.ในร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นส่วนใหญ่ และยังมีโควตาที่เป็นสัดส่วนของนักศึกษาและนักวิชาการเข้ามาร่วมด้วย และมีนักวิชาการ รวมถึงยังมีตัวแทนของประชาชนที่จากสมาชิกรัฐสภา จึงทำให้ ส.ส.ร.ที่ตั้งขึ้นมีความชอบธรรม ที่สามารถรับข้อเสนอของทุกฝ่ายเพื่อไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และยังจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้

“เพราะตอนนี้พี่น้องประชาชนอยากจะได้ความสงบเพื่อให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ และตอนนี้พี่น้องประชาชนก็รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ ซึ่งรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นการที่เราตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา เพื่อทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และเดินหน้าไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามที่ทุกฝ่ายต้องการ ในขณะเดียวกันรัฐบาลจะได้มีเวลาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน” นายอัครเดช กล่าว.

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 13, 2020 at 01:34PM
https://ift.tt/33sl1dD

ส.ส.ปชป. ชูร่างแก้รธน.พรรคร่วมแก้ปัญหาได้-ปชช.มีส่วนร่วม - เดลีนีวส์
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

นักบิดร่วมส่งเสริมท่องเที่ยว แข่งขันมิตติ้ง เอ็นดูโร่ ดอยช้าง ครั้งที่ 2 คึกคัก - เชียงไหม่นิวส์

biasaajadongkeles.blogspot.com

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2563 นายชาญชัย พิสัยเลิศ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 บ้านดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เป็นประธาน เปิดการแข่งขัน มิตติ้ง เอ็นดูโร่ ดอยช้าง ครั้งที่ 2 ณ ลานตากกาแฟโรงงานกาแฟดอยช้าง (บริษัท ดอยช้างคอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด) บ้านดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวดอยช้าง การสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเงินรายได้ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว กลุ่มสามาชิกเอ็นดูโร่บ้านดอยช้าง จะนำมาต่อยอดทำสาธารณะประโยชน์กับส่วนรวม โดยมอบกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านดอยช้าง ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย ปรับปรุงถนนเส้นทางจากชุมชน-พื้นที่การเกษตร ตลอดจนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังป้องกันไฟป่าหมอกควันในชุมชนร่วมกับหมู่บ้าน-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วยทีมงาน API Tech บริษัท TDR ไทยแลนด์ ทีมงานใหญ่ PK เชียงใหม่ และกลุ่มเอ็นดูโร่ดอยช้าง ร่วมกับนักแข่งขันจากทั่วประเทศ มีปู้เข้าร่วม 400 กว่าคัน จำนวน 16 รุ่นสำหรับกลุ่มเอ็นดูโร่ดอยช้าง เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเยาวชน 17 คน ในพื้นที่บ้านดอยช้าง ที่ชื่นชอบในกีฬาขับขี่จักรยานยนต์วิบากไต่เขา ทางลาดชัน โดยการนำของ นายพงศ์พัทธ์ วิมลสวรรค์กุล เป็นประธาน และกลุ่มเยาวชนดังกล่าวได้เข้ามามีส่วนร่วมในการมีจิตอาสา ผนวกกิจกรรมบูรณาการร่วมฝ่ายปกครอง/ท้องถิ่น ในการร่วมลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่าหมอกควัน สามารถลดการเกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จนเป็นที่ยอมรับของชุมชนในระดับหนึ่ง และปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 35 คน

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 13, 2020 at 01:45PM
https://ift.tt/35uNeTt

นักบิดร่วมส่งเสริมท่องเที่ยว แข่งขันมิตติ้ง เอ็นดูโร่ ดอยช้าง ครั้งที่ 2 คึกคัก - เชียงไหม่นิวส์
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

Saturday, September 12, 2020

ต้นแบบชุมชนเมืองเข้มแข็ง!! “ชุมชนบึงบางซื่อ”พลิกชีวิต ตื้นตันได้บ้านใหม่ - ผู้จัดการออนไลน์

biasaajadongkeles.blogspot.com

ภาพ-ชาวชุมชนบึงบางซื่อ เเละนายกรัฐมนตรี ถ่ายรูปร่วมกันบริเวณบึงน้ำของชุมชน
สำเร็จแล้ว!! ผลจากความสามัคคี มีวินัย “ชุมชนบึงบางซื่อ”พลิกชีวิต ออมเงินสร้างบ้าน ตื้นตันได้บ้านใหม่ พร้อมทะเบียนบ้าน มีน้ำ-ไฟ สัญญาจะพัฒนาเป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง และบึงน้ำ เป็นแก้มลิงและปอดให้คนเมือง ขอบคุณภาครัฐ-เอกชน ที่สร้างกระบวนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมให้พึ่งพาตนเองได้ เป็นต้นแบบชุมชนเมืองเข้มแข็ง

ภาพ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการ “มอบบ้านใหม่ให้ชุมชนบึงบางซื่อ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ” ณ พื้นที่บึงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
นางสาวอัจฉราพร อิ่มโพธิ์ ตัวแทนชุมชนบึงบางซื่อ กล่าวว่า “พวกเราอยู่อาศัยรอบบึงบางซื่อมาตั้งแต่เด็ก จนมีครอบครัวของตนเอง ที่นี่มีสภาพเสื่อมโทรม อยู่กันอย่างแออัด มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย และอบายมุขต่างๆ การไม่มีทะเบียนบ้าน ทำให้เราไม่มีน้ำ-ไฟใช้ ไม่มีสิทธิ์ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน โครงการนี้ช่วยพลิกฟื้นชีวิตให้เรามีบ้านของตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ดี มั่นคง พร้อมกับมีทะเบียนบ้าน มีถนนเข้าบ้านที่ปลอดภัย เชื่อว่าลูกหลานเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ”

"ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี เอสซีจี ภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยมอบชีวิตใหม่ให้โอกาสพวกเรามีส่วนร่วมออกแบบบ้านของตนเอง และยังมีบ้านส่วนกลางให้คนสูงอายุที่ไร้อาชีพ อีกทั้งยังสนับสนุนให้เราออมเงินสร้างบ้าน โดยเราจะดูแลบึงน้ำให้สะอาด ในอนาคตอยากพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง เพื่อต่อยอดอาชีพสร้างรายได้ให้กับพวกเรา"

ภาพ-บึงบางซื่อ
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า บึงบางซื่อเคยเป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ของเอสซีจี มีพื้นที่ 61 ไร่ ได้ใช้พื้นที่ขอบบึงทำเพิงพักให้คนงาน จากนั้นได้อาศัยสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งมีคนต่างถิ่นอพยพเข้ามาอยู่ กลายเป็นชุมชนใหญ่ มีสภาพความเป็นอยู่แออัด ในปี 2559 เอสซีจีจึงร่วมกับภาครัฐ-เอกชน และชุมชน ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ก่อนที่จะมอบที่ดินผืนนี้ให้กรมธนารักษ์ดูแล เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชุมชน

ภาพ - บ้านในปัจจุบัน (บน) บ้านในอดีต (ล่าง)
ปัจจุบันการพัฒนาพื้นที่ระยะที่ 1 สำเร็จแล้ว มีที่พักอาศัยรวม 197 ยูนิต ประกอบด้วยทาวน์เฮ้าส์ 60 หลัง ที่ชุมชนเข้าอยู่แล้ว พร้อมบ้านผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังและไม่มีรายได้ 4 ยูนิต ส่วนอาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ยูนิต คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2564 

"หัวใจความสำเร็จของโครงการนี้คือ ชุมชนได้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ 1.) การยืนยันสิทธิ์ร่วมโครงการเพื่อความเสมอภาคและเป็นธรรม 2.) สร้างวินัยการออม สะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน 3.) ร่วมกันคิดและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต 4.) กำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน 5.) ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและความสะอาดของชุมชน ซึ่งผลจากการมีส่วนร่วมทำให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยนทัศนคติ มีความเอื้ออาทร ทำเพื่อส่วนรวม เป็นชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งเอสซีจีเชื่อมั่นว่า ชุมชนมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง ดูแลบึงน้ำให้สะอาด สวยงาม รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น ๆ ในอนาคต"

ภาพ - สภาพชีวิตชุมชนบึงบางซื่อในอดีต
นางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีด้านที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์มีความรับผิดชอบในการดูแล บำรุงรักษา และพัฒนาที่ราชพัสดุให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่สมดุลและยั่งยืน โดยได้รับมอบที่ดินบึงบางซื่อจากเอสซีจีหลังจากที่มีการพัฒนาเสร็จแล้ว เพื่อนำไปบริหารจัดการและดูแลให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน กรมธนารักษ์เชื่อว่า นอกจากการมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม "การพึ่งพาตนเอง" ให้สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงได้ร่วมกับบริษัท ธนารักษ์พัฒนา- สินทรัพย์ จำกัด สนับสนุนงบประมาณสำหรับเป็นกองทุนต่อยอดให้ชุมชนนำไปใช้สร้างอาชีพและเป็นต้นแบบให้กับชุมชนในเมืองพื้นที่อื่นต่อไป

ภาพ - สภาพชีวิตชุมชนบึงบางซื่อในอดีต
นายวิมล ทุ่งทอง ผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 1 กล่าวว่า ธนาคารออมสินดำเนิน "กิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : การจัดการน้ำ" ภายใต้โครงการธนาคารออมสินเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2561 เพื่อส่งเสริมการจัดการน้ำในประเทศไทยที่มีปัญหาในหลายรูปแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน ทั้งความอยู่ดีมีสุขและต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในลักษณะ "การพึ่งตนเอง" สามารถใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพ - สภาพชีวิตชุมชนบึงบางซื่อในปัจจุบัน
โดยในปี 2563 ธนาคารออมสินได้คัดเลือก "ชุมชนบึงบางซื่อ" โดยสนับสนุนระบบ ZyclonicTM by SCG นวัตกรรมระบบบำบัดน้ำเสียจากอาคารชุดในชุมชน ให้สามารถนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ พร้อมทั้งสนับสนุนการเลี้ยงปลา การทำแปลงผักสวนครัวระบบน้ำหยด และโรงเรือนเพาะเห็ด สร้างความมั่นคงทางอาหารภายในชุมชน ช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ เพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับชุมชน

ภาพ - สภาพชีวิตชุมชนบึงบางซื่อในปัจจุบัน
โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เอสซีจี และภาคีเครือข่ายสานพลังประชารัฐ เพื่อเป็นต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง จัดสรรพื้นที่อย่างคุ้มค่า มีพื้นที่ส่วนกลางใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ลงตัวกับทุกวิถีชีวิต กระตุ้นให้เกิดการออมในชุมชน โดยมีผู้ร่วมโครงการ ได้แก่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนสินเชื่อ เพื่อให้ชุมชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้าน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลสนับสนุนงบ 200 ล้านบาท ช่วยเติมเต็มให้ชุมชนได้บ้านที่เสร็จสมบูรณ์ มีสวนและพื้นที่ส่วนกลาง รวมทั้งมีระบบสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน การรถไฟแห่งประเทศไทยอนุญาตให้เช่าใช้ที่ดินเป็นทางเข้า-ออก สำนักงานเขตจตุจักรประสานความร่วมมือด้านการก่อสร้าง ธนาคารออมสินสนับสนุนงบ 500,000 บาท พัฒนาอาชีพของชุมชน กรมธนารักษ์ สนับสนุนงบ 200,000 บาท พัฒนาอาชีพและรับมอบดูแลที่ดินจากเอสซีจี เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงต่อชุมชนต่อไป

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 13, 2020 at 01:48AM
https://ift.tt/33nJkJp

ต้นแบบชุมชนเมืองเข้มแข็ง!! “ชุมชนบึงบางซื่อ”พลิกชีวิต ตื้นตันได้บ้านใหม่ - ผู้จัดการออนไลน์
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

เอสซีจี ผันพื้นที่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์สู่ต้นแบบชุมชนเมือง - โพสต์ทูเดย์

biasaajadongkeles.blogspot.com

เอสซีจี ผันพื้นที่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์สู่ต้นแบบชุมชนเมือง

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 16:22 น.

เอสซีจี พัฒนาชุมชนบึงบางซื่อ บนพื้นที่ 61 ไร่ ต้นแบบชุมชนเมืองตามโครงการาานพลังประขารัฐ ยึดหัวใจหลักให้คนมีส่วนร่วมโครงการฯ ตลอดกระบวนการพร้อมรับสิทธิ์อยู่อาศัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการ “มอบบ้านใหม่ให้ชุมชนบึงบางซื่อ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ” ณ พื้นที่บึงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความฝันของพี่น้องชุมชนบึงบางซื่อเป็นจริง ที่ได้มีบ้านใหม่ที่มั่นคง ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้รับทะเบียนบ้าน ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน และระบบการบริการที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจน ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี

เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ผมขอชื่นชมชาวชุมชนบึงบางซื่อด้วยใจจริง ที่อดทน อดออม สะสมเงินเพื่อสร้างบ้าน และลุกขึ้นมาร่วมมือร่วมใจกัน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้พัฒนาชุมชน ทั้งการรักษาระเบียบวินัย กติกาสังคม รวมถึงยังช่วยกันสอดส่องระมัดระวังสิ่งผิดกฎหมาย ดูแลบ้านเรือน พื้นที่ส่วนกลาง ให้สะอาดปลอดภัย เป็นตัวอย่างที่ดีของชุมชนเมืองที่เข้มแข็ง มีความรัก-สามัคคี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ทำให้บ้านเป็นมากกว่าบ้านที่อยู่อาศัย

โดย เอสซีจี องค์กรพันธมิตร และคณะสานพลังประชารัฐ ได้นำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญมาช่วยกันแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบึงบางซื่อให้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ การให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มโครงการฯ ทำให้พวกเขามีบ้านที่ตรงกับความต้องการและวิถีชีวิตของตนเอง เป็นหนึ่งใน “ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ” และขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนเดินหน้าทำโครงการหรือกิจกรรมที่ประสานพลังกันเช่นนี้ เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน ให้กับประเทศไทยต่อไป”

ด้าน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บึงบางซื่อเคยเป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ของเอสซีจี มีพื้นที่ 61 ไร่ ได้ใช้พื้นที่ขอบบึงทำเพิงพักให้คนงาน จากนั้นได้อาศัยสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งมีคนต่างถิ่นอพยพเข้ามาอยู่ กลายเป็นชุมชนใหญ่ มีสภาพความเป็นอยู่แออัด ในปี 2559 เอสซีจีจึงร่วมกับภาครัฐเอกชน และชุมชน ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนก่อนที่จะมอบที่ดินผืนนี้ให้กรมธนารักษ์ดูแล เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชุมชน

ปัจจุบันการพัฒนาพื้นที่ระยะที่ 1 สำเร็จแล้ว มีที่พักอาศัยรวม 197 ยูนิต ประกอบด้วยทาวน์เฮ้าส์ 60 หลัง ที่ชุมชนเข้าอยู่แล้ว พร้อมบ้านผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังและไม่มีรายได้ 4 ห้อง ส่วนอาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ห้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2564

“หัวใจความสำเร็จของโครงการนี้ คือ ชุมชนได้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ 1. การยืนยันสิทธิ์ร่วมโครงการเพื่อความเสมอภาคและเป็นธรรม 2. สร้างวินัยการออม สะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน 3. ร่วมกันคิดและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต 4. กำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน 5. ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและความสะอาดของชุมชน ซึ่งผลจากการมีส่วนร่วมทำให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยนทัศนคติ มีความเอื้ออาทร ทำเพื่อส่วนรวม เป็นชุมชนเข้มแข็ง

"เอสซีจีเชื่อมั่นว่า ชุมชนมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง ดูแลบึงน้ำให้สะอาด สวยงาม รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น ๆ ในอนาคต” นายรุ่งโรจน์ กล่าว

นางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีด้านที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ กล่าวว่า “กรมธนารักษ์มีความรับผิดชอบในการดูแล บำรุงรักษา และพัฒนาที่ราชพัสดุให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่สมดุลและยั่งยืน โดยได้รับมอบที่ดินบึงบางซื่อจากเอสซีจี หลังจากที่มีการพัฒนาเสร็จแล้ว เพื่อนำไปบริหารจัดการและดูแลให้ชุมชนมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน กรมธนารักษ์เชื่อว่า นอกจากการมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม “การพึ่งพาตนเอง” ให้สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง เป็นเรื่องที่สำคัญ จึงได้ร่วมกับบริษัท ธนารักษ์พัฒนา- สินทรัพย์ จำกัด สนับสนุนงบประมาณสำหรับเป็นกองทุนต่อยอดให้ชุมชนนำไปใช้สร้างอาชีพและเป็นต้นแบบให้กับชุมชนในเมืองพื้นที่อื่นต่อไป”

นายวิมล ทุ่งทอง ผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 1 กล่าวว่า “ธนาคารออมสินดำเนิน “กิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : การจัดการน้ำ” ภายใต้โครงการธนาคารออมสินเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2561 เพื่อส่งเสริมการจัดการน้ำในประเทศไทยที่มีปัญหาในหลายรูปแบบ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนทั้งความอยู่ดีมีสุข และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในลักษณะ “การพึ่งตนเอง” สามารถใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เอสซีจี และภาคีเครือข่ายสานพลังประชารัฐ เพื่อเป็นต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง จัดสรรพื้นที่อย่างคุ้มค่า มีพื้นที่ส่วนกลางใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ลงตัวกับทุกวิถีชีวิต กระตุ้นให้เกิดการออมในชุมชน โดยมีผู้ร่วมโครงการ ได้แก่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนสินเชื่อ เพื่อให้ชุมชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้าน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนับสนุนงบ 200 ล้านบาท ช่วยเติมเต็มให้ชุมชนได้บ้านที่เสร็จสมบูรณ์ มีสวนและพื้นที่ส่วนกลาง

รวมทั้งมีระบบสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน การรถไฟแห่งประเทศไทย อนุญาตให้เช่าใช้ที่ดินเป็นทางเข้า-ออก สำนักงานเขตจตุจักร ประสานความร่วมมือด้านการก่อสร้าง ธนาคารออมสิน สนับสนุนงบ 500,000 บาท พัฒนาอาชีพของชุมชน กรมธนารักษ์ สนับสนุนงบ 200,000 บาทพัฒนาอาชีพและรับมอบดูแลที่ดินจาก เอสซีจี เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงต่อชุมชนต่อไป

น.ส.อัจฉราพร อิ่มโพธิ์ ตัวแทนชุมชนบึงบางซื่อ กล่าวว่าประชากรส่วนใหญ่อยู่อาศัยรอบบึงบางซื่อมาตั้งแต่เด็ก จนมีครอบครัวของตนเอง ที่นี่มีสภาพเสื่อมโทรม อยู่กันอย่างแออัด มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยและอบายมุขต่าง ๆ การไม่มีทะเบียนบ้าน ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่มีน้ำ-ไฟใช้ ไม่มีสิทธิส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน

"โครงการนี้ช่วยพลิกฟื้นชีวิตให้เรามีบ้านของตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ดี มั่นคง พร้อมกับมีทะเบียนบ้าน มีถนนเข้าบ้านที่ปลอดภัย เชื่อว่าลูกหลานเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ" น.ส.อัจฉราพร กล่าว

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 12, 2020 at 03:59PM
https://ift.tt/2Rqp2JD

เอสซีจี ผันพื้นที่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์สู่ต้นแบบชุมชนเมือง - โพสต์ทูเดย์
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

Friday, September 11, 2020

ม.วลัยลักษณ์-วช. ขับเคลื่อน "ธนาคารปูม้า" เสริมท่องเที่ยว - ประชาชาติธุรกิจ

biasaajadongkeles.blogspot.com

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ขับเคลื่อนโครงการธนาคารปูม้าเพื่อ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ พร้อมสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ตำรับอาหารปูม้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันที่ 12 กันยายน 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยและบริการวิชาการเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้า ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการธนาคารปูม้าและโครงการขยายผลธนาคารปูม้าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จ เพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จนเห็นผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวทำให้จำนวนปูม้าในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถเพิ่มรายได้ให้ชุมชนจากการประมงจับปูม้ากว่าเท่าตัว ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความยั่งยืน สร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน

“ปัจจุบันม.วลัยลักษณ์มีการดำเนินการธนาคารปูม้ารวม 87 แห่ง โดยมีศูนย์บริการวิชาการเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อน ลงไปสร้างศูนย์การเรียนรู้ธนาคารปูม้าเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะต่างๆ ให้กับชุมชน สร้างความตระหนักในการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้า มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพิ่มรายได้ให้กับชาวประมง รักษาซึ่งระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรปูม้าเพื่อความยั่งยืน”

ด้าน นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ อดีตเลขาธิการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานคณะทำงานโครงการธนาคารปูม้าฯ กล่าวว่า เป็นโครงการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ โดยมอบหมายให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้ามาให้การสนับสนุน โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ จัดการส่งเสริมองค์ความรู้ แก่พี่น้องประชาชน แถบชายฝั่งทะเลทั่วประเทศจำนวนกว่า 500 โครงการ

ผลการดำเนินโครงการในระยะแรกประสบความสำเร็จ ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรปูม้า และช่วยกันฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ซึ่งจากการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี เห็นได้ถึงความพร้อมความเข้มแข็งของชุมชน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จนสามารถขับเคลื่อนโครงการธนาคารปูม้า ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม หลังจากประสบความสำเร็จในเชิงปริมาณแล้วต่อไปในระยะที่ 2 จะเป็นการดำเนินส่งเสริมคุณภาพ ทั้งการต่อยอดด้านการท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆอีกด้วย

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 12, 2020 at 11:43AM
https://ift.tt/3hnhL84

ม.วลัยลักษณ์-วช. ขับเคลื่อน "ธนาคารปูม้า" เสริมท่องเที่ยว - ประชาชาติธุรกิจ
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

เยาวชน จ.พะเยาพร้อมผู้สนับสนุนกิจการสภาเด็กฯ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากผู้ว่า - คมชัดลึก

biasaajadongkeles.blogspot.com

วันนี้ (11 กันยายน 2563) ทีศาลากลางจังหวัดพะเยา นายกมล เชียงวงค์ ผวจ.พะเยา เป็นประธานในการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานด้านจิตอาสาและสภาเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคประชาสังคมที่สนับสนุน ขับเคลื่อนกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ปี 2563 ที่จะถึงในวันที่ 20 กันยายน 2563 นี้  นางอัญชัญ  หวังระบบ  หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจงหวัดพะเยา กล่าวว่า การมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานด้านจิตอาสาและสภาเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เครือข่ายภาคประชาสังคมที่สนับสนุน ขับเคลื่อนกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยาด้วยดีเสมอมา ภายใต้แนวคิด “ เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน “ บ้านพักเด็กฯ และองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆทังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจการของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยาให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกๆครั้ง จึงได้มีมอบเกียรติยกย่องเชิดชูเกียรติขึ้น เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจให้เด็ก เยาวชนตลอดจนบุคคล องค์กรขึ้น ซึ่งได้ถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 12, 2020 at 11:00AM
https://ift.tt/2GUzvLC

เยาวชน จ.พะเยาพร้อมผู้สนับสนุนกิจการสภาเด็กฯ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากผู้ว่า - คมชัดลึก
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

เด็กพปชร.ฟังเยาวชนสะท้อน'ความฝัน' ส่งต่อสภาฯ - เดลีนีวส์

biasaajadongkeles.blogspot.com

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ รร.มัธยมวัดบึงทองหลาง กทม. น.ส.วทันยา วงษ์โอภาษี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมจัดกิจกรรม “โครงการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของเยาวชน ให้กับนักเรียน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร


น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นงานสัมมนาให้ความรู้กับนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องการเมืองไทย โดยเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องการให้นักเรียนได้สะท้อนเสียงที่เขาอยากจะพูดกับทางสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงได้สะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งในฐานะที่เป็น ส.ส. และในฐานะ กมธ.การมีส่วนร่วมภาคประชาชนปฏิเสธเรื่องเสียงของประชาชนไม่ได้ และต้องยอมรับว่าวันนี้เยาวชนให้ความสำคัญกับเรื่องของการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และต้องการสะท้อนว่าสิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาฝันอยากเห็นประเทศไทยในอนาคต วันนี้จึงถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้รับฟังเสียงเหล่านี้จากนักเรียน

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าในโลกของสังคมสมัยใหม่ การใช้เครื่องมือสื่อสารโดยเฉพาะโซเชียลมีเดียทำให้การสื่อสารในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนในวันนี้มีความตื่นตัวในเรื่องของการเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือว่าเป็นรากฐานของการสร้างประชาธิปไตยให้แข็งแรง เยาวชนเป็นรากฐานของผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ดังนั้นในฐานะส.ส.ก็ไม่ได้รอช้าที่จะรับความฝันของน้องๆ ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นดูจากบรรยากาศกิจกรรมวันนี้พิสูจน์ว่าน้องๆหรือเยาวชนมีความพร้อม และตื่นตัวทางด้านการเมืองมาก รวมถึงทางรัฐบาลเองก็ได้ออกมาประกาศในส่วนของทิศทางว่า รัฐบาลพร้อมแล้วที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน

"การเมืองท้องถิ่นถือว่าเป็นตัวอย่างในเรื่องของการกระจายอำนาจ ในการที่จะให้บุคลากรในส่วนของท้องถิ่นสามารถที่จะมีความคิดหรือเข้ามาบริหารจัดการปัญหาหรือนำพาท้องถิ่นของของเขาเอง ให้เหมาะกับอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และเป็นไปตามสิ่งที่เขาต้องการ เพราะเขาจะทราบถึงปัญหาและทิศทางของสังคมที่เขาอยากจะนำพาไปร่วมกันมากที่สุด"น.ส.วทันยา กล่าว.
 

 

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 02:56PM
https://ift.tt/2FrVJUi

เด็กพปชร.ฟังเยาวชนสะท้อน'ความฝัน' ส่งต่อสภาฯ - เดลีนีวส์
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

ไขก๊อก Marketing + New Media สร้างการมีส่วนร่วมผู้บริโภคกู้ยอดขาย - Businesstoday

biasaajadongkeles.blogspot.com

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ แบรนด์ต่างๆ ต้องมองถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ สำหรับการกระตุ้นยอดขาย ซึ่งปัจจุบันนักการตลาด เลือกใช้เครื่องมือสำหรับการสร้างการมีส่วนร่วม (เอ็นเกจเมนต์) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย กูรูทางด้านการตลาดและโซเชียลมีเดีย เผยถึงการเลือกใช้กลยุทธ์และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่และปังในการประคองธุรกิจ

ชลิต ลิมปนะเวช ที่ปรึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยอย่างหนักทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วยนั้น หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญที่แบรนด์และสินค้าต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ การรักษาฐานลูกค้า หรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management) หรือซีอาร์เอ็ม เพราะในยุคนี้ด้วยคุณภาพของสินค้าที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก กระบวนการผลิตที่พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยี ทำให้คู่แข่งสามารถผลิตสินค้าได้เหมือนกันหมด รวมทั้งการวางราคาสินค้าที่ใกล้เคียงกัน

ดังนั้น การทำซีอาร์เอ็มผ่านรอยัลตี้โปรแกรม จึงเป็นหนึ่งในสูตรการตลาดที่ผู้ประกอบการควรนำมาใช้ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะเห็นว่าขณะนี้มีหลากหลายแบรนด์ นำกลยุทธ์ดังกล่าวออกมาใช้เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง เทสโก้ โลตัส เปิดตัวรอยัลตี้โปรแกรม เพื่อรักษาฐานลูกค้า โดยการปรับกลยุทธ์สำหรับแคมเปญแสตมป์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แคมเปญแสตมป์ที่ผ่านมาทุกๆ ปี ตั้งแต่ปี 2556 จะเน้นการใช้คาแรกเตอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า มาอยู่บนสินค้าพรีเมียมหลากหลายรูปแบบ

- Advertisement -

แต่ปีนี้ เทสโก้ โลตัส เปลี่ยนจากสินค้าพรีเมียม เป็นอาหารสดและอาหารแห้งทั้งหมดกว่า 40 รายการ เช่น ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ น้ำมัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร นมยูเอชที ที่ลูกค้าแลกได้ด้วยแสตมป์เริ่มต้นเพียงแค่ 10 ดวงเท่านั้น และสามารถนำกลับไปปรุงอาหารสำหรับตนเองและครอบครัวได้ ผมว่าเป็นการทำรอยัลตี้โปรแกรมที่สอดรับกับสถานการณ์ เพราะคนต้องการแลกสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

การครีเอแบรนด์เอ็นเกจเมนต์

พรรณอวิกา ลิมปะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิลิ้งก์ ไทยแลนด์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า การใช้เครื่องมือสำหรับการครีเอตแบรนด์เพื่อเอ็นเกจเมนต์ในยุคนี้ อย่างประเทศจีน มีการนำเกมเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เนื่องจากคนจีนมีพฤติกรรมชื่นชอบการเล่นเกม โดยหลายแบรนด์เริ่มทำ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลักซ์ชัวรี หรือแม้แต่ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ

ยกตัวอย่าง การเอ็นเกจเมนต์โดยการใช้เกม มีผลิตภัณฑ์โสมแบรนด์หนึ่งเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ แต่พบว่าพฤติกรรมของคนมาเลเซียไม่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ดังนั้น เพื่อทำให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ แบรนด์สินค้าจึงจัดแคมเปญดึงให้คนมาเล่นเกม โดยการออกกำลังกายและนับจำนวนก้าวเดินให้ครบตามเป้าหมายจะได้รับคูปองลดราคาสินค้า แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถเข้าถึงกลุ่มป้าหมาย 4 หมื่นคน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าโลกจะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่สิ่งที่นักการตลาดจะต้องไม่ลืมที่จะสร้างแบรนด์ การทำให้กลุ่มเป้าหมายเป็นแฟนแบรนด์ และสิ่งที่ช่วยทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี คือกลยุทธ์ปากต่อปาก ทำอย่างไรก็ได้ให้มีคนพูดถึงแบรนด์ในทางที่ดี เพราะนั่นหมายถึงเรามีคนช่วยโฆษณาให้กับแบรนด์ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาเลยแม้แต่น้อย

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/3ike5oR

ไขก๊อก Marketing + New Media สร้างการมีส่วนร่วมผู้บริโภคกู้ยอดขาย - Businesstoday
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

“มาดามเดียร์” ร่วมจัดกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของเยาวชน - SpringNews

biasaajadongkeles.blogspot.com

ด้าน น.ส.วทันยา ระบุวันนี้ต้องยอมรับว่าในโลกของสังคมสมัยใหม่ การใช้เครื่องมือสื่อสารโดยเฉพาะโซเชียลมีเดียทำให้การสื่อสารในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนในวันนี้มีความตื่นตัวในเรื่องของการเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะถือว่าเป็นรากฐานของการสร้างประชาธิปไตยให้แข็งแรง โดยการตื่นตัวในเรื่องทางการเมืองนั้นสามารถที่จะแสดงออกได้ในส่วนช่องทางที่หลากหลาย เช่น การจัดกิจกรรมวันนี้ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของการจัดกิจกรรมในการที่จะเข้ามาร่วมรับฟังเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชน รวมถึงที่จะให้เด็กๆได้มีพื้นที่ในการแสดงออก ความเห็นในเรื่องของประเทศและเมืองในฝันหรืออนาคตที่อยากจะเป็น เพราะเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเยาวชนเป็นรากฐานของผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ดังนั้นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้รอช้าที่จะรับความฝันของน้องๆ

ส่วนการที่จะนัดชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้ น.ส.วทันยา ได้แสดงความห่วงใย เนื่องจากการชุมนุมของคนจำนวนมากนั้น สิ่งที่จะต้องพึ่งระวังข้อแรก คือสถานการณ์ในเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยังเป็นเรื่องที่จะต้องพึ่งระวัง เพราะถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่น้อยมากและมีสติที่ดีมากๆ แต่ก็มีตัวอย่างจากกรณีของนักโทษที่ได้ติดเชื้อเกิดขึ้นภายในประเทศ ที่จะทำให้เห็นว่าในเรื่องของการแพร่ระบาดเองก็ไม่สามารถที่มองข้ามได้ รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่จะต้องพึงระวังคือเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงอยากฝากไปยังผู้ปกครองที่ทราบว่าจะมีลูกหลายจะออกไปเปิดชุมนุม ให้ได้มีการพูดคุยถึงข้อดีข้อเสีย และแนวทางในการดูแลตัวเองหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

นอกจากนี้หนีไม่พ้นในเรื่องของทางด้านกฎหมาย ซึ่งเยาวชนที่จะออกไปแสดงออกทางการคิดก็จะต้องพึงระวังในเรื่องของกฎหมาย ว่าสิ่งใดจะเป็นสิ่งที่ไปละเมิดข้อกฎหมาย ซึ่งการแสดงเสรีภาพทางความคิดเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องระวังคือการแสดงเสรีภาพของเราจะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพทางความคิดของผู้อื่น เพราะเราก็คงไม่อยากเห็นเยาวชนของเราที่ยังมีอนาคตอีกยาวไกล จะต้องมาได้รับความเสียหายหรือเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบทางด้านกฎหมาย

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 12:51PM
https://ift.tt/2RhJ2yk

“มาดามเดียร์” ร่วมจัดกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของเยาวชน - SpringNews
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

'ชวน'แนะยึด 3 ข้อป้องปรามทุจริตคอร์รัปชั่น - เดลีนีวส์

biasaajadongkeles.blogspot.com

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  จ.นนทบุรี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ธรรมาภิบาลกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในสังคมไทย"  ในการประชุมวิชาการเนื่องในวันสหวิทยาการ  ตอนหนึ่งว่า  การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง  ไม่สุจริต  ไม่ซื่อตรง  และไม่ซื่อสัตย์  มีพฤติกรรมที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนเองมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม  ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทย  นอกจากการใช้มาตรการทางด้านกฎหมายในการปราบปรามแล้ว  ควรนำหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีหรือหลักธรรมาภิบาลมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  ควรจะต้องมีการสร้างเครื่องหมายแห่งความดีให้เกิดขึ้นกับตัวเองและสังคม  เช่น  หลักคุณธรรมจริยธรรม  เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความดี  มีจิตสำนึกที่ดี  และที่สำคัญที่สุดคือมีการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งเป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกระดับรวมถึงระดับรัฐบาลในการพัฒนาและบริหารประเทศ

นายชวน กล่าวต่อว่า  แนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น มี 3 แนวทาง คือ 1. แนวทางตามหลักธรรมาภิบาล เป็นหลักในการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีเหมาะสำหรับประเทศไทย  เพราะสามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิผล  เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม  เพื่อเข้ามามีบทบาทตรวจสอบได้ 2. แนวทางตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม และ3.แนวทางตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  เป็นปราชญ์ของประเทศ ดังนั้นจึงควรตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยจิตพอเพียง เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยเริ่มรณรงค์ให้ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงไปน้อมนำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้เป็นวิถีชีวิต และขยายผลไปสู่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนทุกระดับ  ก็จะสามารถควบคุมกำกับดูแลไม่ให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบในองค์กรที่ตนรับผิดชอบรวมถึงเป็นแบบอย่างให้กับสาธารณชนที่มาจากภาคการเมืองซึ่งเข้ามาร่วมใช้อำนาจรัฐด้วยกัน  หากเป็นเช่นนี้ประเทศชาติจะสามารถหลุดพ้นจากการทุจริตผิดกฎหมายคอร์รัปชั่นต่าง ๆ  ได้อย่างแน่นอน

นายชวน กล่าวต่อว่า การเมืองสุจริตถือเป็นมิติใหม่และเป็นแนวคิดใหม่ที่ตนได้คิดริเริ่มขึ้น  เนื่องจากเห็นว่าการได้มาซึ่งสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย จะต้องได้มาด้วยความชอบธรรมหรือได้มาด้วยความสุจริต  ไม่ใช่ได้มาด้วยการซื้อสิทธิขายเสียง  การทุจริต  ทั้งนี้แนวทางในการแก้ไขปัญหาจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเสริมสร้างให้ประชาชน  เห็นถึงความสำคัญของการเมืองที่ยึดหลักธรรมาภิบาล  อันประกอบด้วย  หลักนิติธรรม  หลักคุณธรรม  หลักความโปร่งใส  หลักการมีส่วนร่วม  หลักความรับผิดชอบ  และหลักความคุ้มค่า  ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการเมืองสุจริต

“การทำประชาธิปไตยและการเมืองให้สุจริตจำเป็นจะต้องเพิ่มเติมหลักความไม่เกรงใจด้วย เพราะประเทศไทยเราเคยชินกับคำว่าเกรงใจจนบางครั้งก็ยอมทำในสิ่งที่ผิด ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ถูกต้องก็เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม และเกิดความเสียหายกับตนเอง  เพียงเพราะต้องทำตามเพราะความเกรงใจ ซึ่งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศไทย เกิดจากธรรมาภิบาลภาคปฏิบัติที่ล้มเหลว  เพราะความเกรงใจและละเลยการทำหน้าที่ของตน ”ประธานสภาฯ กล่าว.
 
 

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 02:43PM
https://ift.tt/32jmhjF

'ชวน'แนะยึด 3 ข้อป้องปรามทุจริตคอร์รัปชั่น - เดลีนีวส์
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

Thursday, September 10, 2020

Tinder เปิดตัว Swipe Night ปัดซ้ายปัดขวาเลือกคนที่ชอบ จากคำตอบที่ใช่ - Brand Inside

biasaajadongkeles.blogspot.com

Tinder แอปพลิเคชันหาคู่ยอดนิยม กำลังจะปล่อย Swipe Night กิจกรรม Interactive ครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยผู้ใช้ Tinder จะมีส่วนร่วมกำหนดเรื่องราวผ่านการปัด และการตัดสินใจจะช่วยหาคู่แมทช์เพื่อสร้างบทสนทนาใหม่ๆ

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 Tinder ได้เปิดเผยสถิติการส่งข้อความหากัน พบว่าเพิ่มขึ้น 52% มีการส่งข้อความหากันสูงสุดในวันที่ 5 เมษายน ผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี มีสถิติการปัดเพิ่มขึ้น 28% กลุ่มคนเจน Z (เกิดระหว่างปี 1996-2012) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 1 ใน 3 ใช้เวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในการใช้โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะกิจกรรมความบันเทิง

Swipe Night จึงเกิดขึ้นเพื่อคนในกลุ่มเจน Z นำสู่บทสนทนาใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมแบบ Interactive ความยาวตอนละ 7 นาที โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวันสิ้นโลก สมาชิกแต่ละคนจะต้องตัดสินใจที่จะเลือกคำตอบ ที่จะส่งผลต่อเรื่องราวในอนาคต โดยจะมีเวลาให้ตัดสินใจเพียง 7 วินาทีเท่านั้น ทุกๆ การตัดสินใจเลือกคำตอบจะแสดงที่หน้าโปรไฟล์ของสมาชิก Tinder ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดบทสนทนาใหม่ๆ

Swipe Night จะเริ่มต้นการออกอากาศตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 10.00 น. ออกอากาศต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ โดยแต่ละตอนผู้ใช้ Tinder จะสามารถมีส่วนร่วมได้ถึงคืนวันอาทิตย์ถัดไปเท่านั้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm

Writer Brand Inside

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 12:42PM
https://ift.tt/32iX7BO

Tinder เปิดตัว Swipe Night ปัดซ้ายปัดขวาเลือกคนที่ชอบ จากคำตอบที่ใช่ - Brand Inside
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

อบจ.ยโสธรอบรมให้ความรู้ อสม.ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคในท้องถิ่น - สยามรัฐ

biasaajadongkeles.blogspot.com

ที่หอประชุมอุทยานการเรียนรู้ หลวงปู่ประสาร สุมโน โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ดร.สถิรพร นาคสุข นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคในท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

ดร.สถิรพร นาคสุข นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธรเปิดเผยว่า โรคประจำถิ่นหรือโรคในท้องถิ่น คือ โรคที่พบได้บ่อยและมีประจำพื้นที่หรือในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อประชากรในบางช่วงเวลา และสามารถคาดการณ์หรือประมาณอัตราการเกิดโรคได้ โรคประจำถิ่นที่พบส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับโรคติดเชื้อหรือโรคติดต่อ ซึ่งหากไม่มีสร้างความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว นอกจากจะสร้างความเสียหายให้แก่ผู้เจ็บป่วยและครอบครัว ทั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคในท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคในท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความรู้และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคไม่ให้เกิดระบาดในพื้นที่เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ในการเฝ้าระวังโรคในท้องถิ่นเข้าใจวิธีการป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมโรคสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคในท้องถิ่นต่อไป ดังนั้นการจัดอบรมในครั้งนี้มี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนทั่วไป ในเขตอำเภอคำเขื่อนแก้ว จำนวน 190 คนเข้ารับการอบรม

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 08:34AM
https://ift.tt/3mdaImf

อบจ.ยโสธรอบรมให้ความรู้ อสม.ในการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคในท้องถิ่น - สยามรัฐ
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

คอลัมน์การเมือง - สื่อมวลชนมีความรับผิดชอบสังคมบ้างไหม - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

biasaajadongkeles.blogspot.com

อันที่จริงวันนี้ตรงกับวันที่เคยเกิดเหตุวินาศกรรมระดับโลก ณ เกาะแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์กเมื่อเกือบ 20 ปีมาแล้ว ซึ่งภาพความโหดร้ายครั้งนั้นยังไม่ลบหายไปจากความทรงจำของมนุษยโลก และความทรงจำนี้จะยังคงฝังลึกในมโนสำนึกของสิ่งที่มีชีวิตที่ได้ชื่อว่า มนุษย์ ต่อไปไม่เลือนหาย

แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่นับได้ว่าสร้างความวิบัติเลวร้ายให้กับสังคมมนุษย์ได้ก็คือ การทำหน้าที่โดยไม่รับผิดชอบต่อสังคมของสื่อมวลชนบางจำพวก โดยเฉพาะสื่อฯ จำพวกที่เน้นการนำเสนอเรื่องราวไร้สาระ ไร้คุณธรรม ไร้ประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยลืมหน้าที่สำคัญของสื่อฯ คือการนำเสนอความจริงที่ก่อประโยชน์ให้กับสาธารณชน


ต้องยอมรับความจริงว่าคนจำนวนหนึ่งที่ทำอาชีพนักสื่อสารมวลชนในยุคนี้ไม่เคยยึดมั่นในหลักการของนักสื่อสารมวลชนที่ดี ไร้จรรยาบรรณนักสื่อสารมวลชนไร้จิตสำนึกที่ดีงาม ไม่ตระหนักถึงการทำหน้าที่เพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง

ดังนั้นในสังคมไทยของเราจึงเกิดปรากฏการณ์สื่อฯเลว แพร่ระบาดอย่างหนักหน่วงมากที่สุด ซึ่งหลายคนวิจารณ์ว่าปัญหาเรื่องนี้ถือได้ว่าหนักหนาสาหัสมากที่สุดในสังคมไทย หนักหนาเสียจนทำให้คุณค่าและความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนไทยหดหายไปอย่างเห็นได้ชัด

สื่อฯ จำนวนไม่น้อยในบ้านเราเน้นการขายข่าวไร้สาระ ขายข่าวที่ไม่ก่อให้เกิดสติปัญญา ขายข่าวที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ขายข่าวที่ไม่คำนึงถึงศีลธรรมจรรยาใดๆ ของสังคม

ปัญหานี้เกิดมาจากความตกต่ำ และความไร้จรรยาบรรณของนายทุนเจ้าของสื่อฯ ผู้ผลิตสื่อฯผู้ประกาศข่าว และนักเล่าข่าวจำนวนไม่น้อย รวมถึงเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนสื่อฯ เลวๆ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความจริงอีกข้อหนึ่งคือตัวการที่เลวร้ายในปรากฏการณ์ครั้งนี้คือผู้รับสาร หรือผู้ที่รับชมสื่อฯ เลวๆ เพราะถ้าหากไม่มีผู้บริโภคสื่อฯ เลวๆ เสียแล้ว ก็ไม่มีวันที่สื่อฯ เลวๆ จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างแน่นอน

ในครั้งหนึ่ง คนในสังคมไทยเคยวิพากษ์ว่า เมืองไทยเต็มไปด้วยละครน้ำเน่า ละครที่ไม่ประเทืองปัญญา ละครที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ในสังคม แต่ในยุคนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเลวร้ายของละครน้ำเน่าดูเบาบางลงไป แต่เสียงวิพากษ์สื่อฯ เลว กลับดังมากขึ้นในสังคม และดังมากขึ้นเป็นลำดับ

มีคำถามจากวิญญูชนในสังคมไทยถามไปยังบรรดาผู้มีส่วนร่วมในการผลิตสื่อฯ เลวว่า ไม่เคยคิดถึงอนาคตของประเทศชาติ และอนาคตของลูกหลานไทยบ้างเลยหรือ หรือว่าทุกวันนี้คิดได้แค่เพียงว่าทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้มีเงินไหลเข้ามาเลี้ยงกระเพาะของตนเอง ส่วนบ้านเมืองจะพังพินาศก็ช่างมัน

หากสื่อมวลชนจำพวกเลวร้ายแสนสาหัสยังไม่สำนึกและไม่สำเหนียกในความสามานย์ที่ตนได้กระทำไว้กับสังคมไทยแล้ว รับรองได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้สื่อฯ เลวร้ายจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายความดีงามในสังคมไทยให้มอดมลายไป เมื่อความดีงามของสังคมไทยสูญสลายไปแล้ว อย่าหวังอีกเลยว่าความดีงามจะกลับคืนสู่สังคมได้โดยง่าย แล้วประวัติศาสตร์บ้านเราจะจารึกว่า สื่อฯ เลวคือตัวการสำคัญในการทำลายทำร้ายสังคมไทย

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 02:00AM
https://ift.tt/3maAbwx

คอลัมน์การเมือง - สื่อมวลชนมีความรับผิดชอบสังคมบ้างไหม - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

เพจก้าวหน้าหงายไพ่ขนคนร่วมม็อบ19กันยามุ่งหน้าธรรมศาสตร์ เปิดcar pool แชร์รถ-ค่าเดินทาง - สยามรัฐ

biasaajadongkeles.blogspot.com

เพจเฟซบุ๊ก คณะก้าวหน้า - Progressive Movement โพสต์ข้อความระบุว่า ...[ทางเดียวกัน-มาด้วยกัน มุ่งสู่ชัยชนะของประชาชน]

บนเส้นทางประชาธิปไตย
ที่เดินมา 88 ปีใกล้ถึงเส้นชัยเต็มที
.
19 กันยายนนี้
ในวันที่ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
.
ใครมีรถ อยากหาเพื่อนร่วมทาง
ใครมีเพื่อนร่วมทาง แต่ยังไม่มีรถ
ใครยังไม่มีอะไรเลย แต่มีใจรักที่จะมาร่วมชุมนุมกับผองเพื่อน
.
คณะก้าวหน้าขอมีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ด้วยการเปิดพื้นที่สำหรับการ car pool แชร์รถ แชร์ค่าเดินทาง เพื่อมาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้
.
ทางเดียวกัน มาด้วยกัน
สู่เส้นชัยในวันที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
.
แชร์กันตามสะดวกในคอมเมนต์ของโพสต์นี้
.
เริ่ม!

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 11, 2020 at 08:06AM
https://ift.tt/2GHiNPA

เพจก้าวหน้าหงายไพ่ขนคนร่วมม็อบ19กันยามุ่งหน้าธรรมศาสตร์ เปิดcar pool แชร์รถ-ค่าเดินทาง - สยามรัฐ
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

เผยแพร่ประกาศตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็น'นร.-นศ.-เยาวชน-ปชช.' - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

biasaajadongkeles.blogspot.com

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563, 16.44 น.

วันที่ 10 กันยายน 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ความว่า 

ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่๑๕ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม (นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิเป็นผู้เสนอ) และญัตติด่วน เรื่อง ขอให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนพิจารณาให้มีการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน(นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ โดยในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๘ คน พรรคก้าวไกล จํานวน ๔ คนพรรคเสรีรวมไทย จํานวน ๑ คน และพรรคประชาชาติ จํานวน ๑ คน ไม่ประสงค์จะเสนอรายชื่อบุคคลเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ดังนั้น กรรมาธิการคณะนี้ประกอบด้วย 

๑. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

๒. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช

๓. นายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์

๔. นายคํารณ ชูเดชา

๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร

๖. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย

๗. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

๘. นายชาดา ไทยเศรษฐ์

๙. นายณัฐศักดิ์ จันทร์สว่าง

๑๐. นางสาวทิพานัน ศิริชนะ

๑๑. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์

๑๒. พลโท นุชิต ศรีบุญส้ง

๑๓. นายบรรลือ วิศิษฎอนุพงษ?

๑๔. นายปรีดา บุญเพลิง

๑๕. พลตํารวจโท ปิยะ อุทาโย

๑๖. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์

๑๗. นายภราดร ปริศนานันทกุล

๑๘. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ

๑๙. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์

๒๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยตํารวจเอก วิเชียร ตันศิริคงคล

๒๑. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

๒๒. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ

๒๓. นายสุพล ฟองงาม

๒๔. พลตรี สุรพงษ์ อยู่พร้อม

๒๕. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ

จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

ชวน หลีกภัย

ประธานสภาผู้แทนราษฎร

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 10, 2020 at 04:44PM
https://ift.tt/3bK6jlK

เผยแพร่ประกาศตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็น'นร.-นศ.-เยาวชน-ปชช.' - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

ร้องสอบโครงการปลูกไผ่กิมซุง ลอยแพเกษตรกร เสียหาย 21 ล้าน - ช่อง 7

biasaajadongkeles.blogspot.com
วันนี้ (10 ก.ย.63 ) นายสมศักดิ์ วอนเพียร สส.จังหวัดกาญจนบุรี นำตัวแทนเกษตรกรผู้เสียหายจำนวน 30 คน จากจำนวนผู้เสียหายทั้งหมด 361 ราย ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เข้าพบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ กรณีสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) จังหวัดกาญจนบุรี ได้ชักชวนชาวบ้านในพื้นที่ สปก.เข้าร่วมโครงการปลูกต้นไผ่จีนหรือไผ่กิมซุงโดยทำบันทึกข้อตกร่วมกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และสปก.ได้ให้ชาวบ้านทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุน ในราคาไร่ละ 30,000 บาท ส่วนบริษัทเอกชนจะจัดหาต้นพันธุ์มาจำหน่ายในราคาต้นละ 160 บาท และจะสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้าน แต่ในภายหลังไม่ได้มีการรับซื้อผลผลิต ทำให้เกิดความเสียหายกระจายในหลายพื้นที่

สส.จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าชาวบ้านใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เลาขวัญ อ.เมือง อ.ไทรโยค อ.บ่อพลอย อ.หนองปรือ อ.ทองผาภูมิ และ อ.ศรีสวัสดิ์ ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้สินในโครงการดังกล่าว และมีการฟ้องร้องระหว่าง สปก.กับชาวบ้าน ตั้งแต่ปี 2554 หลังจากบริษัทเอกชนหยุดรับซื้อผลผลิต และ สปก.ได้ฟ้องให้ชาวบ้านชำระหนี้เงินกู้ โดยที่ผ่านมาศาลได้ตัดสินให้ชาวบ้านชำระหนี้ไปแล้ว 13 ราย โดยให้ผ่อนชำระเดือนละ 3,000 บาท ต่อมามีการเจรจาไกล่เกลี่ยขอผ่อนชำระหนี้เดือนละ 300 บาท ส่วนกลุ่มที่เหลือเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องและมีการเจรจาไกล่เกลี่ย  จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมเข้ามาให้การช่วยเหลือทั้งเรื่องคดีความ และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากผู้ที่ชักชวนให้ชาวบ้านร่วมลงทุนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

นายประจวบ สอนดี ตัวแทนเกษตรกร กล่าวว่า ในปี 2550 ทางสำนักงานปฎิรูปที่ดิน (สปก.) จ.กาญจนบุรีได้มาชักชวนชาวบ้านที่อาศัยในที่ดิน สปก. ให้เข้าร่วมโครงการปลูกไผ่จีน โดยมีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นผู้จัดหาพันธุ์ ซึ่งเป็นกิ่งปักชำมาจำหน่ายให้ในราคากิ่งละ 160 บาท และบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำปรึกษาจนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้พร้อมมีโรงงานรับซื้อผลผลิต ตนเห็นว่าจะทำให้มีรายได้ดี เพราะมีโรงงงานรับซื้ออยู่ในพื้นที่ จึงตัดสินใจลงทุนปลูกไผ่บนที่ดินจำนวน 2 ไร่ โดย สปก. ทำสัญญาให้กู้ยืมเงินลงทุนไร่ละ 30,000 บาท โดยในช่วง 2-3 ปีแรก บริษัทเข้ามารับซื้อผลผลิตในราคากิโลกรัมละ 6-20 บาท แต่หลังจากนั้นก็หยุดรับซื้อ ส่วนโรงงานที่อ้างว่าจะก่อสร้าง เพื่อนำไผ่ไปแปรรูปส่งขายต่างประเทศก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง จึงน่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ สปก.อาจร่วมมือกับนายทุนหลอกลวงชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย

ด้าน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รู้ผลภายใน 2 เดือน ว่าจะเข้าข่ายความผิดฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่าชาวบ้านกู้ยืมเงินจาก สปก.เพื่อนำมาปลูกไผ่ วงเงินรวม 21 ล้านบาท จึงสั่งการให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าไปช่วยเหลือเจรจาเพื่อยุติการชำระหนี้ เพราะเรื่องดังกล่าว สปก.มีส่วนในการแนะนำให้เกษตรกรลงทุน ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น สปก.ก็ควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 10, 2020 at 03:06PM
https://ift.tt/3hbogLa

ร้องสอบโครงการปลูกไผ่กิมซุง ลอยแพเกษตรกร เสียหาย 21 ล้าน - ช่อง 7
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu

ส่องบทบาทเยาวชน 5 ประเทศ ร่วมกับทุกภาคส่วนเร่งสู้ภัย 'โควิด-19' - ประชาไท

biasaajadongkeles.blogspot.com

สช. ชวนเยาวชน 5 ประเทศ เสวนาออนไลน์ถอดบทเรียนการทำงานสู้โควิด-19 บนพลังการมีส่วนร่วม พบปัญหาการเงิน-สุขภาพจิต ชี้ เทคโนโลยี-ประสานเครือข่าย-หาเป้าหมายร่วม คือ เครื่องมือสำคัญของเยาวชนในการรับมือกับปัญหา

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเสวนาออนไลน์ (Webinar) ในหัวข้อ “The Role of Young Generation in Multi-Sectoral Collaboration against COVID-19” เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อบอกเล่าถึงบทบาทของภาคเยาวชนและความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ในการต่อสู้กับโควิด-19 โดยมีตัวแทนเยาวชนจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเมียนมาร์ ร่วมพูดคุย 

การเสวนานี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คน จาก 10 ประเทศ คือ ไทย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมาร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ญี่ปุ่น และปากีสถาน แบ่งเป็นนักศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาจารย์มหาวิทยาลัย บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข เกษตรกร ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ และองค์การระหว่างประเทศ 

สุภาพิชญ์ ไชยดิษฐ์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาเด็กฯ ก่อตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีบทบาทในการส่งเสียงของเยาวชนถึงผู้กำหนดนโยบาย โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19  ที่ผ่านมา สภาเด็กฯ ทำกิจกรรมทั้งการลงพื้นที่ให้ความรู้ความช่วยเหลือ และกิจกรรมออนไลน์โดยเฉพาะความร่วมมือกับ UNICEF, UNDP และ UNFPA สำรวจผลกระทบและความต้องการของเยาวชน โดยมีเยาวชนจากทั่วประเทศตอบแบบสำรวจออนไลน์ถึง 6,771 คน และข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้ออกแบบกิจกรรมขององค์กรภาครัฐและ UN ต่อไป

ผลสำรวจพบว่า เยาวชนได้รับผลกระทบด้านการเงินมากที่สุดเพราะผู้ปกครองไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ รองลงมาคือ ปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น ความเครียด ความเหงา โดยเฉพาะกลุ่มเพศทางเลือก (LQBTIQ) ที่ได้รับแรงกดดันจากเพศสภาพเพราะไม่ได้เปิดเผยตัวตนให้คนในครอบครัวรับรู้ และอันดับสุดท้ายคือผลกระทบต่อการเรียน เพราะไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ  นอกจากนี้ประธานสภาเด็กฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงการทำงานกับหลายภาคส่วนว่า “ถ้าเรามีเป้าหมายร่วมกัน เราแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และสภาเด็กฯ มีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน ทำให้การทำงานช่วงวิกฤตนี้เป็นไปได้ดี”

เมีย มิตซู จอ ผู้จัดการแผนงาน จากองค์กร Community Partners International (CPI) ประเทศเมียนมาร์ กล่าวว่า CPI เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสิทธิด้านสุขภาพ ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้หญิง และเยาวชน ทั้งนี้ปัจจุบันประชากรกลุ่มใหญ่ของเมียนมาร์คือกลุ่มเยาวชนที่เป็นกำลังหลักในทำงาน หารายได้ให้กับครอบครัว เพราะฉะนั้นพวกเขาคือกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงสูงมาก ขณะเดียวกันก็มีบทบาทสำคัญในการทำงานป้องกันและควบคุมโรค และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมและครอบครัวได้อีกด้วย

มิตซู กล่าวว่า การดึงส่วนร่วมจากภาคเยาวชนนั้น ต้องใช้ 3 องค์ประกอบ คือ 1. การเสริมพลัง โดยให้เยาวชนเป็นผู้สร้างสรรค์กิจกรรมเอง 2. การลงมือทำคือเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อสู้กับโควิดได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชนไปจนถึงนโยบาย 3. การมีส่วนร่วมที่จะต้องเปิดพื้นที่ให้เสียงเยาวชนได้ถูกสะท้อนออกมา ผู้จัดการแผนงานฯ กล่าวทิ้งท้ายว่าในช่วงโควิด-19 นี้ ทำงานกับเพื่อนภาคีได้ดีเป็นเพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก่อน งบประมาณและทรัพยากรต่างๆ ที่เพียงพอ กฎระเบียบที่ยืดหยุ่น และข้อมูลที่เพียงพอ

อัสเดอร์ ราห์มัน นาบิน กรรมการชมรมนักศึกษาแพทย์ประเทศบังคลาเทศ รับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ  (Bangladesh Medical Students’ Society -BMSS) กล่าวว่า เป้าหมายของชมรมฯ คือการร่วมพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศด้วยการเสริมศักยภาพของนักศึกษาแพทย์  และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ ทางชมรมฯ จัดประชุมออนไลน์ให้ความรู้กับนักศึกษาแพทย์หลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบต่อผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยาร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อให้นักศึกษาแพทย์มีความเข้าอกเข้าใจต่อผู้ลี้ภัยมากยิ่งขึ้

นอกจากนี้ ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมให้ความรู้เรื่องประสบการณ์การรักษา การใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้อง รวมถึงการรับมือปัญหาด้านความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งพบมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ นายอัสเดอร์กล่าวทิ้งท้ายว่า การแสวงหาภาคีที่ใช่ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน พร้อมแบ่งปันทรัพยากร เป็นความท้าทายอย่างมากในการทำงานแบบข้ามภาคส่วน 

รีน่า มัลลิลิน ประธานสมาคมนักศึกษาแพทย์แห่งเอเชีย ประจำประเทศฟิลิปปินส์ (Asian Medical Students’ Association- Philippines -AMSA) กล่าวว่า สมาคมฯ มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาระบบสุขภาพและความเป็นธรรมในสังคม โดยในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้มีการจัดแคมเปญแปลภาษาออนไลน์เพื่อแปลข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโควิด-19 ไปยังประชาชนทั่วไปและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั่วฟิลิปปินส์ โดยแปลเป็นภาษาท้องถิ่นถึง 6 ภาษา

นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศฟิลิปปินส์ นักศึกษาด้านภาษาศาสตร์ กฎหมาย และภาคีอื่นๆ จัดกิจกรรมให้คำปรึกษาด้านสุขภาพออนไลน์ (Telemedicine) เสวนาออนไลน์เพื่อให้ความรู้และป้องกันปัญหาด้านสุขภาพจิต การบริจาคอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบพกพา (Pocket Wifi) เพื่อเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น ประธานสมาคมฯ กล่าวทิ้งท้ายว่าการทำงานกับเพื่อนภาคีหลายองค์กรนั้น ต้องสร้างช่องทางการสื่อสารที่เหมะสม ต้องมีความโปร่งใส เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน  

หลี โกว๊ก ดั๋ง ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ภูมิภาคแม่น้ำโขง (Mekong Youth Farm Network (Y-Farm)  ประเทศเวียดนามกล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ มีเป้าหมายในการให้ความรู้เรื่องเกษตรยั่งยืน พร้อมกับสร้างการมีส่วนร่วมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทางเครือข่ายฯ จัดทำคู่มือการปลูกผักที่บ้าน รวมไปถึงแจกเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในการเพาะปลูก ไปยังเครือข่าย 5 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และไทย “ในช่วงโควิดผู้คนจำนวนมากต้องอยู่บ้าน ไปทำงาน ไปค้าขายไม่ได้ และมีปัญหาการเข้าถึงอาหาร เราจึงให้ความรู้ในการเพาะปลูกอาหารเองที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนจนเมืองที่แทบไม่มีที่ดินในการทำอะไร ซึ่งเราได้ให้ทั้งเมล็ดพันธุ์ และคู่มือที่บอกวิธีในการปลูก การดูแล การผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอาหาร ต่างๆ เหล่านี้ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องไปซื้อหาอะไร”

ด้าน ทพ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดคือคนรุ่นใหม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสูงมาก บวกกับช่องทางการสื่อสารที่ไร้พรมแดนและกว้างไกล ทำให้ไม่มีปัญหาในการหาและตรวจสอบข้อมูล ทั้งยังสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างความร่วมมือ ที่นำไปสู่เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องสร้างเวทีหรือช่องทางที่เชื่อมเสียงของเยาวชน คนรุ่นใหม่ กับผู้กำหนดนโยบายให้มากขึ้นอีกด้วย

Let's block ads! (Why?)



"มีส่วนร่วม" - Google News
September 10, 2020 at 01:30PM
https://ift.tt/3m1eJdc

ส่องบทบาทเยาวชน 5 ประเทศ ร่วมกับทุกภาคส่วนเร่งสู้ภัย 'โควิด-19' - ประชาไท
"มีส่วนร่วม" - Google News
https://ift.tt/3eCA8Vu